ปตท. แท้จริงแล้วเป็นของใคร? - Khaosisaket.com

KhaosisaKet.com

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
รับจำนำ ศรีสะเกษ
ข้อความทั้งหมด 55 ข้อความ

คำทักทายจากเพื่อน

ดู: 4015|ตอบกลับ: 0

ปตท. แท้จริงแล้วเป็นของใคร?

[คัดลอกลิงก์]

4

กระทู้

0

ติดตาม

22

เครดิต

Newbie

Rank: 1

อัพเกรด  44%

โพสต์เมื่อ 2018-11-26 17:17:59 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้โพสกรุณากด LIKE ด้วยนะ

กระแส ทวงคืน ปตท. เป็นกระแสที่มาบูมในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านแถมตอนนี้โดนโจมตีอย่างหนักโดยการโหนกระแสของ กปปส. เพื่อเรียกแขกมากขึ้นโดยข้อกล่าวหาร้ายแรงว่า กลุ่ม ปตท. คือน้ำเลี้ยงสำคัญของระบอบทักษิณ บ้างก็ว่า หุ้นปตท. เป็นของ “ทักษิณ” แล้ว หุ้นปตท.เป็นของทักษิณ จริงหรือ?

ที่ฟังพวกแกนนำที่พูดบนขึ้นเวทีม๊อบหรือพวกแกนนำนักทวงคืนอย่างผู้สูงวัยท่านหนึ่งนั้นกลับไม่คิดจะค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองและก็เชื่อในทันทีด้วยในอคติว่า ทักษิณ หรือตระกูลชินวัตร เป็นเจ้าของ ปตท. และ ปตท.คือต้นเหตุทำให้น้ำมันแพงและที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งถ้าพรรคที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพรรคที่ทักษิณสนับสนุนได้เป็นรัฐบาล กระแสทวงคืนปตท.นั้นเงียบเป็นเป่าสากไม่มีใครพูดถึงดังนั้นทีมงานก็เลยไปค้นข้อมูลข้อเท็จจริงว่า ปตท. เป็นของใคร ใครกันแน่คือเจ้าของ ปตท. ที่แท้จริง แล้วเราจะทวงคืนทำไม ทวงคืนให้ใคร?

เปิดหลักฐาน
หลังจากการแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งจุดเริ่มมาจากการออกพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจปี พ.ศ.2542 ในยุครัฐบาลชวน 2แต่ดันมาเข้าตลาดตอนยุครัฐบาลทักษิณเลยกลายเป็นว่าทักษิณต้องเป็นแพะรับบาปว่าเป็นผู้ที่ฮุบหุ้นปตท.ทั้งหมดให้ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของทีนี้เราต้องมาเจาะดูว่า (ปตท. เป็นของใคร) ใครถือหุ้นใหญ่ปตท. ผู้ถือหุ้นใหญ่ ปตท. นั้นหาง่ายมาก ๆ ได้จากเว็บไซด์ settrade.com ได้ผู้ถือหุ้นใหญ่ดังภาพนี้



โครงสร้างผู้ถือหุ้น ปตท.
จะเห็นได้ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็นกระทรวงการคลัง ประมาณ51% ซึ่งคนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน และกองทุนวายุภักษ์ทั้ง 2 กองก็เป็นกองทุนของภาครัฐที่ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถลงทุนในกองทุนนี้ได้ รวมกันอีก 15% นอกจากนี้ยังมีกองทุนประกันสังคมที่เป็นของคนไทยทุกคนอีก1% สรุปรวมๆแล้วก็เป็นของรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 67%จะเห็นได้ว่าจริง ๆแล้ว ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็คือภาครัฐซึ่งส่วนนี้เป็นของคนไทยทุกๆ คนอยู่แล้ว

แล้วที่เหลือล่ะ เป็นนักลงทุนคนไทยรายย่อย 16% จากการตรวจสอบสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นของ ปตท. ก็พบว่า คนในตระกูลชินวัตรจริง ๆได้แก่น.ส.พิณทองทา ชินวัตร และนายพอพงษ์ ชินวัตร ถือหุ้นเพียง 7,700 หุ้น จาก 2.85 พันล้านหุ้น หรือ 0.0002% เท่านั้นถือว่าน้อยมากจนไม่มีนัยยะสำคัญที่จะไปครอบงำเพื่อกำหนดนโยบายหรือทิศทางอะไรได้เลยใน ปตท. เป็นการลงทุนตามปกติที่ใคร ๆ ก็เข้าไปซื้อได้ในตลาดหลักทรัพย์

[ธนาคาร JPMorgan Chase & Co.]
ธนาคาร JPMorgan Chase & Co.

แล้วส่วนที่เป็นของนักลงทุนต่างชาติ 18% ล่ะจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินและกองทุนนอมินีบ้างก็บอกว่ากองทุนนอมินีเหล่านี้เป็นของทักษิณทั้งหมด ยกตัวอย่าง CHASENOMINEE LIMITED ผู้ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวน 2.53%นั้น เจ้าของกองทุนนี้คือ JP Morgan Chase & Co. (iv) หรือ JPM ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาถือหุ้นใหญ่โดยสถาบันการเงินของต่างประเทศหลายต่อหลายแห่ง JPM มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น 2.4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯหรือ 72 ล้านล้านบาท!! นี่มันเป็นตัวเลขงบประมาณของประเทศไทยได้ถึงเกือบ30 ปีเลยทีเดียว แค่ตัวอย่างนี้ตัวอย่างเดียวเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าทักษิณเป็นเจ้าของนอมินีทุก ๆแห่ง ก็แสดงว่าทักษิณแทบจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีมูลความจริงใด ๆทั้งสิ้น

กล่าว โดยสรุป เจ้าของ ปตท.ทีแท้จริงก็คือ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่เป็นของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว และนักลงทุนรายย่อยทั้งไทยและเทศที่คนไทยทุก ๆ คนสามารถจะมีหุ้นได้โดยสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทุกวันทำการ ก็ไม่รู้จะทวงคืนไปทำไม ทวงไปก็ไม่ได้น้ำมันถูกลงเพราะที่มันแพงก็แค่น้ำมันกลุ่มเบนซินที่เก็บภาษีและกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นมามากทำให้ราคาแพงและเงินกองทุนน้ำมันก็เอาไปจ่ายชดเชยให้ก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามาจากตลาดโลกมาขายในประเทศถูกๆและพวกแก๊สโซฮอล E20, E85 รวมถึงชดเชยภาษีในส่วนของน้ำมันดีเซลที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้มากกว่า50% เพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรที่จะส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้าจนกระทบกับค่าครองชีพของคนไทยทุกคนทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ไม่เกี่ยวกับ ปตท.ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล E10 มากไม่ได้เพราะจะทำให้กองทุนน้ำมันติดลบ

อัตราส่วนผลตอบแทนต่อรายได้ ปี 2555
ทั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ ปตท. ค้ากำไรเกินควรอะไรเลย เพราะกำไรปตท. ประมาณแสนล้านบาทนั้น มาจากยอดขายประมาณ 2.8 ล้านล้านบาทคิดเป็น 3% กว่าๆเท่านั้นเอง(ฝากสหกรณ์ยังได้ดอกเบี้ยมากกว่าด้วยซ้ำ)ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทน้ำมันแห่งอื่น ๆ และกำไรที่มาจากการลงทุนไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังมีการลงทุนไปต่างประเทศมากมาย เป็นผลมาจากการแปรรูป ปตท.ทำให้มีความสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยทำให้คนไทยไม่ต้องต่อคิวซื้อน้ำมัน ไม่มีปัญหาไฟฟ้าติดๆดับๆ ดังนั้นข้อกล่าวหาว่า ปตท.ขูดรีดคนไทยก็ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดหลักฐานปตทเป็นของใ/
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

Archiver|WAP|ข่าวศรีสะเกษดอทคอม

GMT+7, 2018-12-13 22:57 , Processed in 0.098618 second(s), 41 queries .

Powered by KhaoSisaket@gmail.com X2.5 Patch R20130222

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน